ADS

  • ต้นคริสต์มาส ริมโขงนครพนม

    เทศบาลเมืองนครพนม จัดต้นคริสต์มาส ซุ้มอุโมงค์ไฟ ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คจังหวัดนครพนม ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเชลฟี่

  • สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน)

    สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย (นครพนม) กับประเทศลาว(คำม่วน)

  • 'งานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2561

    งานนมัสการพระธาตุพนม วันที่ 24 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2561 ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ร่วมขบวนแห่อันเชิญพระอุปคุตจากริมฝั่งแม่น้ำโขงมาประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนม พิธีถวายข้าวพืชภาค สรงน้ำพระอุปคุตเพื่อความเป็นสิริทศนา การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและการแสดงมหรสพสมโภชตลอดงาน 9 วัน 9 คืน

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"เที่ยวไทยเท่" การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทริปคาราวาน 20 จังหวัด ภาคอีสาน


เที่ยวไทยเท่ ทริปคาราวาน 20 จังหวัด ภาคอีสาน ทริปการเดินทางทา
คาราวานท่องเที่ยวพิชิต 20 จังหวัดภาคอีสาน โดยการนำของนายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยผู้ประกอบการและสื่อมวลชนทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและส่วนกลาง รวมกว่า 150 คน ระหว่างวันที่ 26 กันยายน - 3 ตุลาคม 2561 เส้นทาง 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่ผ่านมา

ในส่วนของวัที่ 29 กันยายน 61 ทีมคาราวาน เดินทางมายังเส้น อุดรธานี-สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร

ทำบุญวัดพระะตุพนม ห่มพระองค์พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จากนั้นเดินทางไปทานข้าวเที่ยงที่แก่งกระเบา ชิมเมนูเด็ด หมูหันแก่งกระเบา ชมความงามของญานาคหินอ่อนสีขาวองค์ใหญ่"พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช" จากนั้นเดินทางทัวร์เที่ยวเมืองมุกดาหาร ชมพญานาคองค์ใหญ่ที่วัดภูมโนรมย์ จ.มุกดาหาร 

***ท่องเที่ยวพักผ่อน Slow life: แก่งกะเบา ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ ห่างจากตัวเมืองมุกดาหาร 35 กม. เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงขนาดใหญ่ ในฤดูแล้งน้ำลดจนเห็นเกาะแก่งกลางน้ำ สามารถเดินลัดเลาะไปบนแก่นหินที่ทอดตัวยาว เป็นจุดชมทิวทัศน์ริมฝั่งโขง และมีร้านอาหารไว้บริการหลายร้าน อาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ “หมูหันแก่งกะเบา” ซึ่งมีรสชาติอร่อยตามแบบฉบับสูตรเด็ดของท้องถิ่น แก่งกระเบาสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่มีความสวยงาม มองเห็นแก่งหินคือช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 
และอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของแก่งกะเบา เมื่อมาที่นี่จะเห็นพญานาคหินอ่อนสีขาวองค์ใหญ่ นั่นคือ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช เป็นชื่อที่พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร วัดศรีบุญเรืองอำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นผู้ตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับชื่อจังหวัดมุกดาหาร มีความหมายเป็นอัญมณีที่มีสีขาวขุ่นหมอกมัว โดยคำว่าศรี หมายถึง ความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรืองและรุ่งโรจน์ มุกดา หมายถึง อัญมณีหนึ่งในนพเก้าของไทยมีสีขาวหมอกมัว คล้ายหมอกน้ำค้างยามเช้า ดังคำกลอนที่ว่ามุกดาหารหมอกมัว ดังนั้น พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช จึงมีความหมายถึงพญานาคผู้นำความเป็นสิริมงคลและรุ่งเรืองรุ่งโรจน์มาสู่จังหวัดมุกดาหาร และตามตำราวิชาการและตำนานท้องถิ่น เชื่อว่าพญาภุชงค์มุกดานาคราช เป็นพญานาคราชประจำองค์พระศิวะเทพ หรือพระอิศวรเจ้า มีพระวรกายเป็นสีเทาฮินดู พระนาภีและพระเศียรเป็นสีแดง มีพระเศียรตั้งแต่ 1, 3, 5, 7, 9 แล้วแต่ปาง มีอุปนิสัย ตรงไปตรงมา ดูภายนอกมองว่าดุร้าย แต่แท้จริงแล้วใจดี รูปร่างสง่างามชอบศึกษาธรรมเป็นนิสัย และเชื่อกันว่าผู้ใดที่มากราบไหว้สักการะและได้ลอดท้ององค์พญานาคจะมีความสุขสมหวัง ดังคำอธิษฐาน

สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวได้ที่ :
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม 
(พื้นที่รับผิดชอบ : สกลนคร นครพนม มุกดาหาร)
เลขที่ 184/1 ถนนสุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม 48000
โทรศัพท์ 042-513490-1 โทรสาร 042-513492 
E-mail : tatphnom@tat.or.th , tatnakhonphanom@gmail.com 
ติดตามข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยวได้ที่ 
Facebook.com/tatnakhonphanom 
FB Fanpage : ททท.สำนักงานนครพนม
IG : tat_nakhonphanom
Youtube : TAT Nakhonphanom Official

มุกดาหาร

ยโสธร

พระธาตุกล่องข้าวน้อย จ.ยโสธร

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด





วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561

สาวภูไทฟ้อนรำขบวนแห่งาน 232 ปี นครพนม


นครพนม ปิดเมืองฉลองครบรอบ 232 ปี นครพนม ใช้นางรำร่วมฟ้อนรำ 10232 คน ที่ลานแลนด์มาร์คจังหวัดนครพนม
 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2561 นครพนม จัดงานครบรอบ 232 ปี นครพนม มีนางรำทุำอำเภอของจังหวัดนครพนม ร่วมฟ้อนรำปิดเมืองรำสวยงามอลังการ ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ สาวสวยเรณูนคร ฟ้อนรำภูไท อำเภอนาแก และอำเภอธาตุพนม เดินจากหน้าวัดมหาธาตุเดินมายัง 3 แยกริมโขงลานแลนด์มาร์คจุดจัดงาน 232 ปี นครพนม 


ในส่วนถนนริมโขงทางทิศเหนือตั่งแต่โรงเรียนสุนทรวิจิตร ก็มีขบวนฟ้อนรำว่าสามพันชีวิตของชาวอำเภอนาทม อำเภอบ้านแพงและอำเภอท่าอุเทน ร่วมขบวนฟ้อนรำมายังจุดแลนด์มาร์ค 

ถนนอภิบาลบัญชาใช่นางรำจากอำเภอเมืองนครพนม อำเภอนาหว้า อำเภอปลาปาก อำเภอศรีสงคราม เดินมาผ่านหน้าตลาดมายัง 4 แยกปั๊มเอสโซ่ แล้ก็ตั้งขบวนเดินตรงมายังจุดแลนด์มาร์คนครพนม 





วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

สวยงามอลังการ..เปิดงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชนครพนม ใช้นางรำ 1,000 คน (มีคลิป)



วันที่ 7 ก.ค.61 ณ บริเวณแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม ช่วงระหว่างถนนเส้นสุนทรวิจิตรกับถนนนิตโย ที่ใช้จัดงานงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 7-13 ก.ค. 61 (7 วัน 7 คืน) 


 ในช่วงเวลา 17.00 น. ฝนยังคงปรอยปรายเป็น ระยะ ๆ ท่านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี โดยมีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันตั้งขบวนแห่เครื่องบูชาพญาศรีสัตตนาคราชจากถนนนิตโย แล้วนำไปวางยังแท่นบูชาองค์พญารีสัตตนาคราช ในขณะช่วงขบวนเครื่อแห่เริ่มเคลื่อนขวบวนฝนยังตกปรอยๆเป็นระยะๆ แต่หลังจากประธานในพิธีกล่าวคำบูชาแก่องค์พญาศรีสัตตนาคราชได้ไม่นาน ฝนก็หยุดตกทันที ท้องฟ้าเปิดโล่งแจ่มใสเป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก  หลังจากนั้นคณะนางรำจากเขตอำเภอเมืองนครพนม นักเรียนโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย และโรงเรียนนครพนมวิทยาคม ร่วมรำบูชาบวงสรวงองพญาศรีสัตตนาคราช จำนวน 4 ชุด ใช้นางรำแสดงร่วม 1,000 คน 


ในงานบวงสรวงมีผู้รู้เผยว่า พญาศรีสัตตนาคราชเป็นองค์นาคาธิบดี ผู้เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวงในแม่น้ำโขง มี 7 เศียร ทรงฤทธิ์ทรงอำนาจ เป็นตระกูลพญานาคที่มีความใกล้ชิดกับพระพุทธองค์มาแต่สมัยพุทธกาล อีกทั้งยังปกป้องคุ้มครองคนดีมีศีลธรรม และศาสนสถานอย่างพระธาตุพนมเป็นต้น ด้วยเหตุนี้เวลาจะมีพิธีบวงสรวง ต้องมีฝนตกลงมาเสียก่อน หลังจากอ่านคำบูชาแล้วฝนจะหยุดอย่างที่ทุกคนเห็นเป็นอัศจรรย์ เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2560 ก่อนจะถึงพิธีบวงสรวงก็เกิดฝนตกกระหน่ำ แต่พอทำพิธีเสร็จฝนจะหยุดตกทันที นอกจากนี้ตลอดทั้งปีจะมีผู้ประสบความสำเร็จจำนวนมาก นำหมอลำศิลปะพื้นบ้านมาแสดงแก้บนแก่พญาศรีสัตตนาคราชมิขาดสาย

สำหรับงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช จะมีการแสดงรำบูชา ทุกวันเริ่มตั้งแต่เวลา17.00น.เป็นต้นไป









วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ชาวนครพนมแห่เที่ยวสวนทุเรียนเอื่อวิมานช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์


วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 หรือช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ชาวนครพนมและนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดทราบว่าที่นครพนมมีสวนทุเรียนก็พากันมาเที่ยวชมสวนทุเรียนบรรยากาศภายในสวนอย่างคึกคัก

ลุงฉลาด เจ้าของสวนเอื้อวิมาน บ้านไผ่ล้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เล่าให้ฟังว่า "สวนเอื้อวิมาน" มีเนื้อที่ทั้งหมด 30 ไร่ ปลูกผลไม้นานาชนิดอาทิเช่น ทุเรียน มังคุด กระท้อน ลองกอง ลองกอง เชอรรี่ มะไฟ มัลเบอรี่ ฯลฯ 

โดยเฉพาะทุเรียน เมื่อปีที่แล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเดินทางมาชมสวนทุเรียนเอื้อวิมาน พร้อมด้วยสื่อมวลชนมาทำข่าว โชเชี่ยวมีเดี่ย เฟชบุ๊ค ยูทูป ต่างพากันแชร์  ทำให้คนรู้ว่าที่นครพนมก็มีสวนทุเรียนก็พามากันเที่ยวสวนทุเรียน ถ่ายรูปเชลฟี่ ซื้อทุเรียนกลับไปทานที่บ้าน ในแต่ละปีทุเรียนภายในสวนก็จะเริ่มสุกพร้อมเก็บขายในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ของทุกๆปี


ภายในสวนเอื้อวิมานมีทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองและชะนีประมาณ 100 ต้น ในปีนี้ทุเรียนให้ลูกดกกว่าปีที่แล้วและที่สำคัญทุเรียนและผลไม้ชนิดอื่นๆภายในสวนปลอดสารพิษ ไม่ใช้สารเร่งทุเรียนสุก สำหรับราคาทุเรียนภายในสวนทุเรียนหมอนทองขายอยู่ที่กิโลละ 120 บาท ส่วนมังคุดขายกิโลละ 50 บาท 
สำหรับใครสวนใจไปเที่ยวสวนทุเรียนเอื้อวิมาน อยู่ที่ บ้านไผ่ล้อม ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม 
โทร 0856827274















วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

น้องหมิว ชลิตตา วันภักดี คว้าตำแหน่ง Miss Grand Nakhon Phanom 2018 ไปครอง


ผ่านพ้นไปสำหรับการประกวดสาวงามมิสแกรนด์นครพนม 2018 ที่โรงแรมฟอร์จูนนครพนม เทศบาลเมืองนครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวด Miss Grand Nakhonphanom 2018 ในคืนวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา 

   สำหรับการประกวดมิสแกรนด์นครพนม 2018 เพื่อค้นหาตัวแทนจังหวัดนครพนมเข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2018 (ระดับประเทศ)  รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศได้รับตำแหน่ง Miss Grand Nakhonphanom 2018 คือ น้องหมิว  นางสาวชลิตตา วันภักดี หมายเลข 7 คว้ามงกุฏ และเงินรางวัล 30,000 บาท ของรางวัลมูลค่า 50,000 บาทไปครอง 


น้องปราย นางสาวปาณิสรา วิรุณพันธ์ หมายเลข 14 รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท ของรางวัลมูลค่า 30,000 บาท, น้องชมพู่ นางสาว อาทิตา พยัคฆ์ หมายเลข 13  รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 5,000 บาท ของรางวัลมูลค่า 20,000 บาท,

ส่วนรางวัลอื่นๆที่น่าสนใจ   น้องแพร นางสาวศิริวรรณ  คงคาสุริฉาย รางวัลผิวสวยท้าแดด 3,000 บาท,    น้องข้าวฟ่าง นางสาวกุลธิดา  กลิ่นหอม รางวัลพระแม่โพสพ 10,000 บาท, น้องเพลง  นางสาวสุประวีย์  บัวชุม  รางวัลมิสระเบียงฟู๊ด 10,000 บาท, น้องข้าวฟ่าง นางสาวกุลธิดา  กลิ่นหอม ได้รับรางวัลขวัญใจช่างภาพนครพนม 10,000 บาท






สนับสนุนโดย


วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ลิ้นจี่ นพ.1 สวนผลไม้เงินล้าน ลุงสวัสดิ์ สงกรานต์นี้ ได้ทานแน่นอน




  ลิ้นจี่ ผลไม้ฤดูร้อนหากให้ได้มาเที่ยวนครพนมหรือกลับมาจากกรุงเทพฯ ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน ของทุกๆปี พลาดไม่ได้ต้องชิมลิ้นจี่ ผลไม้ขึ้นชื่อของชาวจังหวัดนครพนม
    โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ องค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่า ได้จัดงานวันลิ้นจี่ ของดีตำบลขามเฒ่า ขึ้นประจำทุกปี ในปีนี้ได้กำหนดจัดงานวันลิิ้นจี่ขึ้นในวันที่ 13 เมษายน 2561 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
   คุณลุงสวัสดิ์ ภาษา เจ้าของสวนและยังเป็นผู้บุกเบิกเริ่มปลูกลิ้นจี่พัน นพ.1 เล่าให้ฟังว่า ตนได้เริ่มปลูกลิ้นจี่ นพ.1 เมื่อปี 2535 สวนลิ้นจี่ในบริเวณรอบบ้านมีประมาณ 10 ไร่ ในปีนี้คาดว่าจะได้ผลผลิตสวนรอบบ้านทั้งหมด 10 ตัน นอกจากนี้ยังมีสวนลิ้นจี่ที่อยู่ตามไร่ตามสวนรวมๆประมาณ 100ไร่ น่าจะได้ผลผลิตราว 200 ตันต่อปี



ในส่วนงานวันลิ้นจี่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 เมษายน ที่จะถึงนี้ ลุงสวัสดิ์ คอนเฟิร์มมาแล้วว่าลิ้นจี่สุกทันงานวันลิ้นจี่แน่นอน ใครที่ไปร่วมงานสามารถชิมลิ้นจี่และเลือกซื้อลิิ้นจี่กลับไปทานที่บ้านได้ในตอนนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาทและตอนนี้ริมถนนเส้นนครพนม-ธาตุพนม บริเวณหน้าทางเข้าบ้านนาโดน เริ่มมีชาวบ้านนำลิ้นจี่มาวางขายแล้วด้วย 

ปัจจุบันสวนลิ้นจี่ของคุณสวัสดิ์ ถือว่ามีคุณภาพดีมาก นำส่งขายในห้างสรรพสินค้าแมคโครและป้อนตลาดส่งออกทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในจีนรับออเดอร์ไม่อั้น ส่วนสินค้าตกเกรดจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจำหน่ายกิ่งตอนให้แก่เกษตรกรที่สนใจนำไปปลูกขยายพันธุ์ ในราคาต้นละ 100-200 บาท ตามขนาดของลำต้นลิ้นจี่ หากใครสนใจอยากได้กิ่งพันธุ์ลิ้นจี่ นพ.1 ไปปลูกสามารถติดต่อได้ที่ คุณลุงสวัสดิ์ ภาษา โทร.081-3206447 หรือคุณต่าย 081-0589664 (ลูกสาว)









วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

สงกรานต์นี้ ไหว้รอยพระพุทบาท 2000 ปี กลางแม่น้ำโขง หนึ่งปีมีครั้งเดียว


ในช่วงฤดูร้อนของทุกๆปี แม่น้ำโขงก็จะลดระดับน้ำลง มีหาดทรายเกาะแกร่งโพล่ขึ้นมาให้เห็นให้เที่ยวนักท่องเที่ยวได้มาที่ชมความสวยงาม โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ที่กลางแม่น้ำโขงมีรอยพระพุทบาท  อายุ 2000 ปี เที่ยวได้ปีละครั้งเท่านั้น

ไหว้รอยพระพุทบาทเวินปลา กลางแม่น้ำโขง บ้านเวินพระบาท ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม โดยในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนเมษายน ของทุกๆปี ที่แม่น้ำโขง น้ำก็จะลดระดับลงเห็นโขดหินและมีรูปรอยพระพุทบาทเวินปลา อายุราว 2,000 ปี  ที่กลางแม่น้ำโขง 

โดยชาวบ้านเวินพระบาทเร่งช่วยกันสร้างสะพานเพื่อให้เดินจากริมน้ำโขงยาวไปจนถึงกลางแม่น้ำโขง รวมถึงตกแต่งสถานที่ บริการประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาเที่ยวชม กราบไหว้นมัสการ ขอพรรอยพระพุทบาทในช่วงฤดูแล้ง ยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่ง จะมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวสรงน้ำ คึกคักมากทุกปี


สำหรับรอยพระพุทบาทเวินปลา จ.นครพนม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  มีความสำคัญมากและถูกบันทึกไว้ในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุ  สมัยสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรก หรือกว่า 2,500 ปี มาแล้ว     โดยได้ระบุไว้ว่า  เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ และเดินทางมาเผยแพร่พระธรรมในชมภูทวีปลุ่มน้ำโขงล่องมาตามลำแม่น้ำโขงนั้นได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาลและพญาปลาปากคำ  ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้แปลงกลายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล  และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมาโลกมนุษย์เหล่าพญานาค  พญาปลาปากคำ  ได้ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์ไหว้กราบบูชา 



 พระพุทธเจ้าจึงได้ประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้  คือ  รอยพระพุทธบาทเวินปลา   จนเป็นที่ปรากฎมาถึงทุกวันนี้  โดย รอยพระพุทธบาทเวินปลา จะอยู่ห่างจากริมตลิ่งประมาณ 100  เมตร ในช่วงหน้าฝนน้ำโขงเพิ่มระดับ จะจมอยู่ใต้น้ำไม่สามารถมองเห็นได้   จะโผล่ขึ้นมาเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่น้ำโขงลดเท่านั้นซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  เป็นที่กราบไหว้ ประชาชนทั้งชาวไทย  ชาวลาว มาแต่อดีต    และถือเป็นสถานที่สำคัญที่ประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้มาร่วมกราบไหว้ สรงน้ำ  ขอพรในช่วงเทศกาลสงกรานต์  1 ปีมีครั้งเดียว  ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง หลังรอยพระพุทธบาทเวินปลา ทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  อบต.เวินพระบาท  ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ จะร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงตามประเพณี  และสร้างสะพานเชื่อมลงไปให้ประชาชน นักท่องเที่ยว    ได้ไปชม และกราบไหว้ เพื่อเป็นสิริมงคล   ส่วนในช่วงหน้าฝนที่ไม่สามารถเห็นได้  ก็สามารถกราบไหว้บูชา   รอยพระพุทธบาทเวินปลาจำลอง ที่จัดสร้างไว้ภายในวัด






วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561

เที่ยวนครพนม - พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)


ใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวในเขตตัวเมืองนครพนมอยู่ นครพนม.คอม ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หลังเก่า อยู่ถนนสุนทรวิจิตร ริมแม่น้ำโขงไปทางทิศเหนือ ซึ่งด้านในมีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวกับจังหวัดนครพนม บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย สามารถเข้าไปถ่ายรูปด้านในได้ด้วยจร้า


พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม(หลังเก่า) เป็นตึก 2 ชั้น รูปทรงจั่วที่มีความสวยงาม ก่อด้วยอิฐถือปูน และหลังคามุงกระเบื้องไทย ส่วนพื้นชั้นล่าง ปูกระเบื้องซีเมนต์ลายพื้น ส่วนชั้นบนนั้นปูกระดานเข้าลิ้น เครื่องไม้ที่ประกอบในการก่อสร้างเป็นไม้ตะเคียน เมื่อนำไปประกอบกับการหาค่าอายุโดยอ่านจากแนวแม่เหล็กโลก สมัยโบราณซึ่งไม้และดินเผา ที่สร้าง ได้จากส่วนที่เหลือจาก การก่อสร้างศาลากลางของจังหวัดนครพนม หลังเก่า


ส่วนระยะเวลาการก่อสร้างอยู่ในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๘-๑๔๖๘ ซึ่งได้รับเป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นในจังหวัดนครพนม ที่มีความสวยงามโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลในรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศส 
โดยช่วงสมัยสงครามอินโดจีน ลักษณะของสถาปัตยกรรมเป็นประตูโค้งครึ่งวงกลมหน้าต่างโค้ง เหนือประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้น หรือแกะสลัก หลังคาไม่ลาดชันนัก 
อาคารมีเสาเป็นเสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ทั้งสิ้น เนื่องจากแม้จะมีอายุที่เก่าแก่มากแล้ว แต่ยังคงรักษาสภาพและความสวยงามต่างๆ ไว้ได้อย่างดีและยังคงความสวยงามจนถึงปัจจุบัน



ที่อยู่ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

เบอร์โทรศัพท์ พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม :042511574
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร

ขอมูลจาก : http://i-san.tourismthailand.org/detail/dcpread/333285